Amelia Earhart

Amelia Mary Earhart

Amelia Mary Earhart
24 กรกฎาคม เป็นวันครบรอบวันเกิด 115 ปี ของอเมเลีย เอียร์ฮาร์ต (Amelia Earhart) นักบินหญิงคนแรกชาวอเมริกัน ที่ขึ้นบินในฐานะผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

 

 

Amelia Earhart

ประวัติ Amelia Earhart

อเมเลีย เอียร์ฮาร์ต ชื่อภาษาอังกฤษ Amelia Earhart เกิดที่เมืองแอทชิซัน รัฐแคนซัส เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 บิดา คือ นายเอดวิน มารดา คือ นางเอมี เมื่อได้อายุ 10 ขวบ Amelia ได้เห็นเครื่องบินเป็นครั้งแรกที่รัฐไอโอวา ต่อมาใน พ.ศ. 2461-2465 อเมเลีย เอียร์ฮาร์ต เริ่มสนใจเครื่องบิน และเรียนการบินครั้งแรกที่สนามบินคินเนอร์ ในเมืองลองบีช โดยมีครูฝึกสอนการบิน ชื่อ แอนิตา สนูก นักบินสตรี รุ่นบุกเบิก และ 6 เดือน ต่อมา เธอก็ได้มีเครื่องบินเป็นของตัวเอง ยี่ห้อ คิสเซลแอร์สเตอร์ และตั้งชื่อว่าแคนารี หรือ นกขมิ้น และได้ทำการบินสูงได้ถึงระดับ 14,000 ฟุต (4.2 กิโลเมตร) ทำลายสถิติโลก สำหรับนักบินสตรี ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ซึ่งในปีเดียวกันนั้นเธอก็ได้รับใบอนุญาตการบินนานาชาติ

ในเวลาต่อมา เธอได้เป็นสมาชิกสมาคมการบินแห่งชาติ สาขาบอสตัน ซึ่ง Amelia เธอได้ลงทุนสร้างสนามบินเล็ก และเป็นตัวแทนขายเครื่องบินคิสเซล ไปด้วย ในขณะเดียวกันนั้นเธอก็ได้เขียนบทความ เกี่ยวกับการบินลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในท้องถิ่น อเมเลียได้รับการยกย่องจากหนังสือพิมพ์ว่า เป็นนักบินสตรีที่ดีที่สุดในสหรัฐ แต่ก็มีผู้ไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะนักบินที่มีประสบการณ์สูง

ต่อมา พ.ศ. 2470 Amelia Earhart ได้รับการทาบทามให้เป็นผู้โดยสารบินรวมกับนักบินชายชื่อ วิลเมอร์ ชุลท์ และผู้ช่วยนักบิน ชื่อหลุยส์ กอร์ดอน ทั้งสามคน ได้บินออกจากชายฝั่งนิวฟาวด์แลนด์ ด้วยเครื่องบิน ฟอกเกอร์ เอฟ 7 ไปถึงสนามบินเบอร์รีพอร์ท ในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2471 โดยใช้เวลาบิน 21 ชั่วโมง ในระหว่างบิน อเมเลียได้มีโอกาสขับและทำบันทึกปูมการบิน ซึ่งส่วนหนึ่งเขียนว่า “ใครก็แล้วแต่ที่พบซากเครื่องบินนี้ ได้โปรดทราบด้วยว่าเป็นเพราะฉันบินหลงในพายุไปหนึ่งชั่วโมง” ทั้งสามคนกลับมารับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนพาเหรดโปรยกระดาษเทปตามถนนในนครนิวยอร์ก ได้เข้าพบประธานาธิบดี “แคลวิน คูลิดจ์” ที่ทำเนียบขาว

และเธอจึงได้รับสมญาว่า “เลดี ลินดี” ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 เธอได้ตกลงใจแต่งงานกับ “จอร์จ พัทนัม” เจ้าของโรงพิมพ์ ผู้สนับสนุนให้เธอมีชื่อเสียงทางด้านการบิน และนักเขียน และในปีเดียวกันนั้น อเมเลียได้ขึ้นบินสูง และได้ทำลายสถิติบินสูงของนักบินหญิง ด้วยความสูง 5.613 กิโลเมตร

 

 

 

เกียรติประวัติบางส่วนของ Amelia Earhart

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 Amelia Earhart ได้บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทแอตอลนติก ด้วยเครื่องบิน “ลอกฮีด เวกา” ถือว่าเป็นการบินเดี่ยวครั้งประวัติศาสตร์ของเธอ ความสำเร็จนี้ ทำให้เธอได้รับเหรียญกล้าหาญ (Distinguished Flying Cross) จากรัฐสภาอเมริกัน และได้เหรียญเกียรติยศจากรัฐบาลฝรั่งเศส และได้เหรียญทองของสมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติจากประธานาธิบดีเฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์

 

Amelia Earhart

เหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตของ Amelia Earhart

เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. ไม่แน่ชัด เธอเป็นคนแรกที่บินข้ามหาสมุทรแปซิฟิก จากฮาวาย มา แคลิฟอร์เนีย บินเดี่ยว จาก ลอสแอนเจลิส ถึง เม็กซิโกซิตี และบินกลับมาลงที่นิวเจอร์ซี อเมเลีย ถือว่าครองสถิติการบินต่างๆ เป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ. 2478 เธอได้เข้าร่วมงานสอนที่มหาวิทยาลัยเพอร์ดิวเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้านเส้นทางการประกอบอาชีพแก่นักศึกษาหญิงเมื่อจบการศึกษา

ในปี พ.ศ. 2479 เธอได้เริ่มวางแผนการบินรอบโลก ถึงแม้จะไม่ใช่เป็นคนแรกแต่ก็เป็นการบินรอบโลกที่มีระยะทางไกลที่สุด (47,000 กิโลเมตร) โดยเครื่องบิน “ลอกฮีด แอล-10อี อีเลกตรา” และเธอ กับ เฟรด นูแนน ผู้ร่วมการบินได้ทำการศึกษาเส้นทางการบินรอบโลกเป็นระยะเวลา 1 ปี ในปี พ.ศ. 2480 ทั้งสองได้ออกบินช่วงแรกจากโอกแลนด์ แคลิฟอร์เนียไปโฮโนลูลู และเริ่มบินต่อใน 3 วัน การเดินทางได้ผ่านมาแล้วรวม 35,000 กิโลเมตร ยังคงเหลืออีก 11,000 กิโลเมตรซึ่งเป็นการบินเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก และในเวลา 24.00 น.ตามเวลากรีนิช ทั้งสองได้บินขึ้นจากเมืองแลเพื่อตรงไปยังเกาะเฮาแลนด์ที่เป็นแผ่นดินราบยาว 2 กิโลเมตร กว้าง 500 เมตร สูง 3 เมตรจากระดับน้ำ อยู่ห่าง 4,113 กิโลเมตรไปทางตะวันออก

จากการรายงานตำแหน่งครั้งสุดท้ายของ “Amelia” แจ้งว่าอยู่เหนือเกาะนูกุมานู อยู่ห่างจากต้นทางประมาณ 1,300 กิโลเมตร เรือยามฝั่งชื่อ ไอทัสกา ได้รับหน้าที่ติดต่อวิทยุและควบคุมการบินลงเมื่อเครื่องบินของอเมเลียเข้าถึงระยะติดต่อได้ แต่จากการติดต่อด้วยวิทยุมีปัญหาสับสนการนำทางโดยวิทยุจึงไม่บรรลุผล ในขณะนั้นก็ปรากฏว่ามีเมฆมากกระจายตัวทอดเงาลงบนทะเลดูคล้ายเกาะมากมายไปหมด แม้การติดต่อด้วยคำพูดของอเมเลียกับเรือยามฝั่งที่บ่งบอกว่าได้มาถึงที่หมายแล้วและรู้ว่าพลาดเป้าไป 9 ไมล์ทะเล ก็ไม่ปรากฏตัวเครื่องบินให้เห็น การติดต่อได้ต่อเนื่องกระท่อนกระแท่นอยู่หลายชั่วโมงสัญญานจึงขาดหายไป มีผู้ได้รับสัญญาณของอีเลกตราที่หายไปได้รอบๆ แปซิฟิก

สหรัฐฯ ได้ใช้เงินถึง 4 ล้านเหรียญในการค้นหาอเมเลียทั้งทางน้ำและทางอากาศ เป็นการค้นหาที่มีราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งยุคนั้น อย่างไรก็ดี เทคนิคในการค้นหาในยุคนั้นยังค่อนข้างโบราณ อาศัยเพียงความเห็นของคน การค้นคว้าจึงไม่บรรลุผล โดยเธอได้หายสาบสูญ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2480 และทางการได้ประกาศว่าเสียชีวิตใน วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2482 ซึ่งขณะเดียวกันนั้นการตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับการหายตัวของอเมเลียและนูแนน นั้นมีมากมาย บ้างก็ว่าถูกเครื่องบินญี่ปุ่นดักบังคับให้ลงบนเกาะไซปันหรือถูกยิงตก ปัจจุบันเอกสารหลักฐานเกี่ยวการหายและการค้นหายที่เป็นทางการยังถูกปกปิดเป็นความลับ

 

 

 

 

 

– ขอบคุณข้อมูล: http://th.wikipedia.org/wiki/อเมเลีย_เอียร์ฮาร์ต –
– ขอบคุณข้อมูล: http://www.youtube.com/watch?v=dAP9IBnYlm4 –

 

 

 

วันสำคัญอื่นๆ ที่น่าสนใจ